เขาค้อ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

PDFพิมพ์อีเมล

 

9

มนต์เสน่ห์แห่งการพักผ่อน  บนเส้นทางสายโรแมนติก...
            หลายสิบปีที่ผ่านมา "เขาค้อ" ได้แปลงโฉมกลายเป็นเมืองแห่งท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ สมกับฉายา "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย" เขาค้อไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง  หากตั้งใจมาพักผ่อนกับครอบครัว  หรือคนรู้ใจการนอนชมดาวยามค่ำคืน  สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด  ตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกที่ลอบอ้อยอิ่งปลายขอบฟ้า  นั่งจิบกาแฟรสเยี่ยมมองคลื่นทะเลภูเขาที่หน้าต่างรีสอร์ท  เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของมนต์เสน่ห์ของเขาค้อที่มิอาจพรรณนาได้หมด
       การมาชาร์จแบตฯ เติมพลังให้กับชีวิตในวันหยุดยาวๆ 2-3 วันที่นี่ ถือว่าสุดคุ้ม  เพราะเนื่องจากระยะทางที่ไม่ไกลมากนักจากกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางมาเขาค้อสะดวกสบายไม่ต้องนั่งรถไกลให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็ได้รับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก  บวกกับค่าที่พักซึ่งไม่แพงมากนัก  ที่สำคัญเขาค้อยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ตะลอนทัวร์ตะลอนเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ  และสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนเรื่องราวแต่ครั้งอดีตของเขาค้อได้ตลอดทั้งวัน


อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ
        "สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อชีวิต  เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติ..."

11

 

  10  

          ไม่ว่าจะเป็น อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ  ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือนตำรวจ  ทหาร  ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต  เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติในเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-เลย  หรือ พิพิธภัณฑ์อาวุธ  อดีตที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่  ยิงสนับสนุนการสู้รบ แต่วันนี้กลายเป็นที่ตั้งของอาวุธ
         เพราะหุบเขาคือชัยภูมิที่ตั้งที่เหมาะแก่การจัดตั้งกองกำลัง  ทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์  จึงใช้เป็นพื้นที่ในการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์  จนทำให้เกิดสงครามการต่อสู้ที่ยืดยาวนาน  จวบจนกระทั่งปี 2524  เสียงปืนจึงได้สงบลงจากเมืองแห่งสงคราม  กาลเวลาค่อยๆ เปลี่ยนเขาค้อให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแต่บนสมรภูมิเมื่อวันวานย่อมมีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ  สถานที่ท่องเที่ยวเขาค้อในวันนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งการสู้รบมากมายให้รำลึกนึกถึงความหลัง

        สงครามที่เสียหายในระหว่างสู้รบ  เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5  รถสายพานลำเลียงพล  ปืนใหญ่ ฯลฯ  นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์การสู้รบกลางแจ้งที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง
       

        อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง "น้ำตกศรีดิษฐ์"  น้ำตกสวยขนาดใหญ่  มีน้ำตกตลอดทั้งปี  ก็ยังมีร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ให้เห็นอย่างชัดเจน  เพราะเดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ซึ่งยังปรากฏหลักฐานและสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างในบริเวณน้ำตก เช่น ครกตำข้าวที่ คกค. สร้างขึ้นโดยใช้

12 14

         

พระตำหนักเขาค้อ เพื่อพ่อหลวง...ของเรา
            ที่ตั้งอยู่บนบริเวณเขาย่า  คือสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนเขาค้อต้องแวะมาเยือน  แต่จะมีใครรู้บ้างว่าจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างพระตำหนักเขาค้อนั้นมีผลพวงมาจากตำนานการสู้รบบนขุนเขาแห่งนี้เช่นกัน  เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ  มาทรงประกอบพิีธีเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ  ทรงปรารภกับ พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์(ยศขณะนั้น)  แม่ทัพภาคที่ 1 และนายจำเนียร  ปฏิเวชวรรณกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  ในขณะนั้นว่าบริเวณเขาย่ามีพื้นที่สวยงาม  น่าจะจัดทำโครงการอะไรสักอย่างเพื่ออนุรักษ์ป่า  ดังนั้น แม่ทัพภาคที่ 1  และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์จึงตกลงใจกันสร้างพระตำหนักเขาค้อขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ทรงตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ  และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง  เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทรงประกอบพิํธีเปิดตำหนักเขาค้อ  เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528  ปัจจุับันพระตำหนักเขาค้อยังคงทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย  เพราะบริเวณโดยรอบพระตำหนักฯ เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิดมีต้นสนป่าที่เรียงรายกันเป็นแนวยาว  แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดของที่นี่คือ ยอดเขาย่า  ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทัศนียภาพชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในแบบ 360 องศาของเมืองเขาค้อ หรือ "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"

13

สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย...เส้นทางสายโรแมนติก
        สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย  คือบทสรุปในนิยามของความเป็น "เขาค้อ"  ด้วยเพราะความงามของภูมิประเทศที่อยู่ภายใต้อ้อมกอดแห่งทะเลภูเขา  หญ้าสลับซับซ้อนสองข้างทางเป็นป่าหญ้า  ไร่นาเขียวเขียวขจี  ไม่ว่าฤดูไหนๆ เขาค้อก็มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่กลางคืนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 3-5 องศา  ส่งผลให้ยามเช้าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือทะเลหมอกที่สวยงาม  หรือบรรยากาศยามเย็น  ยลพระอาทิตย์ตกดินทอแสงสีแดงชมพูอาบทะเลภูเขา  และด้วยความงดงามของธรรมชาติที่ไม่เป็นสองรองใคร  จึงไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า นี่คือ "เส้นทางสายโรแมนติก" ที่เหมาะสำหรับขับรถเปิดกระจกรับลมหนาว  สูดอากาศที่บริสุทธิ์ให้เต็มปอดขณะขับรถเที่ยวเลียบเลาะชมวิวทิวทัศน์ในระหว่างเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย  เช่น การแวะไปสักการะเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ และพระบรมเจดีย์กาญจนาภิเษก  เพื่อความเป็นสิริมงคลหรือจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร  อย่างการเที่ยวชมไร่ บี.เอ็น.  ชมและชอปปิ้งให้หนำใจกับพืชพันธุ์ไม้เมืองหนาว  ทั้งอะโวคาโด  สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่  แครอท บีตรูต ฯลฯ


1516

จุดชมวิวเขาค้อ

           ...สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย...ย่อมมีจุดชมวิวที่สวยงามหลายแห่งให้ได้บันทึกภาพแห่งความประทับใจ  เช่น  ตรมข้ามสถานีอนามัยเขาค้อ...ร้านคอฟฟี่ฮิลล์...บริเวณหอสมุดนานาชาติเขาค้อ...ระหว่างทางลงจากยอดเขาทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์...เนินทุ่งบัวตอง...ทางไปหนองแม่นา...เขาค้อทะเลหมอก...อ่างเก็บน้ำรัตนตรัย...

17

           มนต์เสน่ห์ของ "เขาค้อ"  ที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนได้มีผลทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่อย่างต่อเนื่อง  ว่ากันว่ามีเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวต่อปีอยู่ที่ 1,600 ล้านบาท  ทำให้วันนี้เขาค้อมีรีสอร์ทผุดขึ้นมากมาย  หลากหลายสไตล์หลากหลายราคา  รวมไปถึงรูปแบบของการท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  อย่างเช่น กิจกรรมกลางแจ้งแนวผจญภัยที่ภูแก้ว  แอดเวนเจอร์ ปาร์ค  ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสนุกสนานเร้าใจ  ตื่นเต้น  และหวาดเสียวกับกิจกรรม Rope Challenge High Flying  ผาดโผนไปกับการเหินเวหายาวกว่า 150 เมตร ข้ามทะเลสาบ ท้าความเร็วกับ "เลื่อนภูเขาความเร็วสูง:  กับ Mountain Speed Luge  หรือสกีบก  และกิจกรรมท้าทายอีกมากมาย  สัมผัสได้ที่ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ ปาร์ค 

19 20

หรือจะเป็นกิจกรรม  ล่องแก่งบางระจัน...ตามหาแมงกะพรุน ที่บ้านหนองแม่นา  เกาะแก่งหินที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปีและเป็นต้นธารของลำน้ำเข็ก  การล่องแก่งบางระจันมีไฮไลต์อยู่ที่แก่งสอง เป็นที่ที่เราจะได้ชมแมงกะพรุนน้ำจืดซึ่งพบในเมืองไทยเป็นที่ 5 ของโลก(พบได้ในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม)  นอกจากนี้ยังมีผีเสื้อพันธุ์หากยากหลายพันธุ์  การมาพักผ่อนที่ "เขาค้อ" จึงเป็นการพักผ่อนแบบเต็มรูปแบบ  คุ้มค่าเวลาแห่งการพักผ่อนที่คุณรอคอยมาแสนนอก  สมดังคำกล่าวที่ว่า "นอนเขาค้อหนึ่งคืน  อายุยืนเพิ่มอีก 1 ปี"  เขาค้อวันนี้จึงเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่คอยการต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวเช่นคุณ

18

การเดินทาง....สู่เขาค้อ

21

เส้นทางที่ 1  จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก  ถึงสามแยกนางั่ว  ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2  จากทางหลวงหมายเลข 12 เ้ส้นพิษณุโลก-หล่มสัก  บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สน  เลี้ยวเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196  อีก 33 กิโลเมตร  เส้นทางนี้จะผ่านที่พักรีสอร์ทหลายแห่ง

* หมายเหตุ :  นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทาง  สามารถติดต่อรถสองแถวขึ้นเขาค้อได้ที่ บริษัท เขาค้อเดินรถ จำกัด โทร 0-5672-8270

 

ข้อมูลและภาพ: คู่มือท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ ฉบับที่ 2 "เที่ยว กิน...นอน ตะลอนทัวร์เพชรบูรณ์"

Chief_Executive_PhetPAO2559

แนะนำ อบจ.เพชรบูรณ์

เมนูหลัก

มุม download

  • วารสาร "เพชรบูรณ์นิวส์" ฉบับที่ 59 (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2561)
    phetchabunnews2561_59

ลิงค์เชื่อมโยง website

  bannerpao01 bannerpao02 bannerpao03    bannerpao04 bannerpao05 phetchabunnews banner_rajchapuet banner_paopj suansunanta2  banner_InfoPao
FBfanpage